ต่างกันยังไงเล่า

posted on 10 May 2007 09:31 by kapologip



"ซื้อหนังสือแฟชั่นเล่มละตั้ง 100 กว่าบาท"

ประโยคด้านบนเป็นคำด่าค่ะ แต่ไม่ใช่สำหรับฉันนะ
ฉันไม่ได้โดนด่าประโยคนี้หรอก เพราะฉันชอบอ่าน ไม่ชอบซื้อ
แต่เป็นประโยคที่อาโกวด่าพี่แม่แท้ฉันคนนึง


แม่ฉันเลยเอามาเปรียบเทียบกับหนังสือนิยายที่ฉันชอบซื้อ
เพราะราคามันก็พอๆกัน ร้อยกว่าบาทเหมือนกัน



ฉันคิดตอนได้ยินประโยคที่ด้านบนครั้งแรกว่า
'อะไรว่ะ เดี๋ยวนี้คนก็รณรงค์จะตายให้อ่านหนังสือ วันๆจะให้อ่านแต่หนังสือเรียนหรือไง'


ไม่รู้นะ แต่ฉันมองเรื่องนี้แบบนี้

ฉันว่าการที่เราซื้อหนังสือนิยาย หรือหนังสือการ์ตูน
มันยังถูกกว่าการเอาเงินไปเสียกับเสื้อผ้าแพงๆ เครื่องประทินผิวความงามแพงๆซะอีก

แต่ก็อีกนั่นแหละ ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น
เรื่องการเสียตังค์ มันก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบด้วยใช่มั้ยล่ะ


แต่ไม่รู้นะฉันคิดว่า คนเราก็ต้องหาความสุขใส่ตัวกันมั้งสิ
จะให้ปิดหูปิดตาอ่านแต่หนังสือเรียน...ก็คงไม่ไหว
สมองทำงานแค่ซีกเดียวเดี๋ยวหนักตาย


เคยได้ยินคนบอกว่า "อย่าเป็นแฟนกับคนที่เป็นหมอ"
เพราะอะไรรู้มั้ย??

เพราะว่า คนพวกนี้จะเก่งแต่เรื่องทฤษฎี มักไม่เก่งเรื่องสมองซีกขวาเท่าไร


ฉันว่านะการที่เรารู้แต่ทฤษฎีแต่ใช้มันไม่เป็นก็ไม่คุ้มค่าหรอก


สมัยนี้เขาถึงเน้น EQ มากกว่า IQ อ่อแน่นอน MQ ต้องมาก่อนด้วย



ฉันจะไม่ว่าอาโกวในเรื่องที่เขาว่าพี่ไม่แท้เรื่องแต่งตัวเก่งอีก
ไม่ใช่ว่าฉันก็แต่งตัวนะ

แต่เรื่องแบบนี้ฉันว่าอยู่ที่คน ถ้าเด็กกล้าแต่ง
นั่นหมายถึงเขาจะต้องยอมรับอันตรายที่จะมาถึงตัวเขาด้วย


สิ่งนึงที่ไม่ชอบเลยก็คือ
เมื่อเด็กไม่ดี แล้วต้องว่าพ่อแม่ว่า 'ไม่สั่งสอนลูก' งั้นหรือ??


เรื่องแบบนี้ตัดสินเด็กไม่ได้
จะมาว่าพ่อแม่ไม่ตักเตือน ไม่ห่วงลูกก็ผิดถนัด
การที่เด็กเป็นแบบนี้มีปัจจัยหลายอย่าง
และปัจจัยสิ่งแวดล้อมก็ดูจะสำคัญที่สุดในสมัยนี้


คุณจะมาตัดสินว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนลูกมันไม่ถูก

เขาอาจจะสอนแล้ว แต่เด็กไม่ฟัง
นั่นมันจะต่างอะไรกับการที่เราพร่ำสอน แต่ลูกก็ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาล่ะ
ไม่มีพ่อแม่คนไหน ไม่ตักเตือนลูก
ในเมื่อรู้ว่าลูกทำผิดทั้งนั้นแหละ

เว้นเสียแต่ว่า พ่อแม่พวกนั้นจะไม่ได้รักลูก



กลับมาเรื่องหนังสือต่อ
ฉันเป็นคนนึงที่ซื้อทั้งการ์ตูนและนิยาย
แต่ฉันไม่ละเลยหน้าที่ของฉันเหมือนกัน
ฉันก็ยังอ่านหนังสือเตรียมสอบ ยังทำการบ้านส่งอาจารย์
แต่ฉันก็ยอมรับว่าเป็นคนไม่ค่อยอ่านหนังสือเรียนนานเพราะมันไม่น่าพิศวงเอาซะเลย


ผู้ใหญ่สมัยนี้บางคนมักเชื่อว่า การ์ตูนส่วนใหญ่เป็นการ์ตูนไม่ดี
แต่ก็มีไม่น้อยเหมือนกันที่มีข้อคิดดีๆมากมาย

มันอยู่ที่เราต่างหากว่า เราจะเลือกอ่านการ์ตูนแบบไหน


ฉันเชื่อว่าเวลาที่เราเสียอะไรไป มันมักจะได้อะไรกลับคืนมาเสมอ
อาจไม่ทันที แต่มันต้องได้

อย่างเราทำดี เราก็ได้บุญ อาจไม่เร็ว แต่ก็ยังดีที่ได้


แล้วมันต่างกันยังไง กับการที่คุณ

เสียตังค์ไปกับเสื้อผ้าแพงๆ แล้วได้แต่งตัวสวยๆ มีคนมองคุณที่แต่งตัวดี



แล้วมันต่างกันยังไง กับการที่คุณ

เสียเงินไปกับเครื่องประทินผิวแพงๆ เพื่อที่คุณจะได้มีผิวสวย




แล้วมันต่างกันยังไงเล่า กับการที่คุณ

จะเสียงตังค์กับหนังสือนิยายหรือหนังสือการ์ตูนสักเล่ม เพื่อเปิดตาในด้านที่คุณไม่เคยเห็น



เก่งแต่ทฤษฎี มันไม่ได้ช่วยให้คุณมีความสุขขึ้นหรอกนะ

แต่ฉันคิดว่า

การที่คุณรู้จักใช้ชีวิตร่วมกับคนในสังคม การที่คุณรู้จักแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

นั่นแหละ คือความสุข


ส่วนคุณอาจจะยังคิดเหมือนเดิมก็ได้ คือ

ค่าความเป็นคนดีวัดกันที่ความเก่งด้านทฤษฎี




Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืม คิดเหมือนกันเลยจ้า . . ^^ * บางทีในสิ่งที่เหมือนจะไม่มีประโยชน์สำหรับบางคน อาจจะเป็นสิ่งที่มีค่ามากๆสำหรับเราก็ได้ บางทีอาจจะทำให้เราทันคนมากขึ้น ไม่ใช่รู้แต่ทฤษฎี สิ่งแบบนี้เราต้องเรียนรู้ที่จะมองหลายๆด้าน เนอะ ^^

ปล . วิวเองจ้า (บล๊อกใหม่)

#1 By on 2007-05-10 09:44

จริงๆนะ เราว่าเรื่องใช้เงินเนี่ยก็ขึ้นอยู่กับความชอบเราจริงๆแหละ ถ้ามันไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็ใช้ไปเถอะ ยิ่งอ่านหนังสือ ยิ่งมีประโยชน์มากๆเลยเนอะ เราเห็น การ์ตูน ดีๆ ก็มีเยอะ อ่า ถ้าชอบก็ทำไปเถอะ เนอะ

#2 By chenlee on 2007-05-10 09:49

หนังสือถ้าอ่านแล้วคิดว่ามีประโยชน์ก็อ่านเถอะ อ่านแล้วชอบก็อ่าน เพราะในหนังสือมันมากด้วยจินตนาการ มากด้วยความรู้ เพราะแต่โบราณมา มนุษย์ต้องบันทึกประสบการ์ลงหนังสือ

แต่ถึงกระนั้นอ่านมากๆก็อย่าลืมพักสายตาละเออ

#3 By Mass.IX (203.113.36.8) on 2007-05-11 16:37

เห้นด้วยกำคำพูดที่ว่า

"การที่คุณรู้จักใช้ชีวิตร่วมกับคนในสังคม การที่คุณรู้จักแก้ปัญหาด้วยตัวเอง นั้นแหละคือความสุข"

แต่ว่า.....สังคมคืออะไรละ.....

#4 By ~Sky Walk WayZ~ on 2007-05-13 19:08